[ฟิครวมเล่ม] love language รักภาษาอะไร ( Khun x Woo )
posted on 25 Feb 2012 11:21 by far-far-alway-loveme in SF-KhunDongเป็นส่วนหนึ่งของฟิคภาคต่อที่รวมเล่มเจ้าค่ะ ใครสนใจก็กดได้นะคะ
Title: love language รักภาษาอะไร
Writer :LoveMe
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG
Writer :LoveMe
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG

love language รักภาษาอะไร
มันเหนื่อยและท้อ ถ้ามันไม่ได้อย่างที่หวัง มันไม่ดี ก็พอสักทีเถอะ
.......
เมษา 2010
ท้องฟ้าวันนี้สีสัน สดใสมาก บรรยากาศรอบข้างเขาตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
น้ำเย็นๆ แดดร้อนๆ บรรยากาศแสนแตกต่างสองแบบที่ลงตัวกันได้อย่าวงน่าประหลาด ..กำลังเรียกความชุ่มชื่นเข้ามาหล่อเลี้ยงหัวใจ ทั้งตัวเขาทั้งคนรอบข้างที่กำลังสนุกสนานกับการสาดน้ำเข้าใส่และโต้ตอบกันไป มา
..สงการณ์..
เทศกาลแห่งความสดชื่น ของคนไทย
เทศกาลที่เขารู้สึกชอบพอๆกับการลอยกระทง
..ที่อเมริกาพระจันท์ไม่สวยเท่าเมืองไทย
นานๆทีเขาจะได้กลับลอยกระทง เล่นสงการณ์ให้อยากเสียที
เพราะอีกสอง สามวันหลังจากนี้เขาก็ต้องเดินทางย้ายไปที่เกาหลีแล้ว ..แปลกดีที่เขาต้องย้ายจากเรียนที่อเมริกากลับมาเรียนที่เกาหลี
เขาไม่รู้เหตุผลของการเดินทางไปประเทศที่ตนไม่คิดจะโคจรไปมาก่อนนั้นเท่า ไหร่ ..แต่เมื่อแม่ให้ย้าย เขาก็ย้าย
การปรับตัวไม่ใช่สิ่งที่เป็นปัญหากับนิชคุณ
สุขภาพมากกว่าที่มักเล่นงานเขาจนอ่วม
.
.
"ปอดบวมครับ"ประโยคสั้นๆของคุณหมอประจำตระกูลที่เอ่ยกับผมที่นอนซมอยู่บน เตียง ก่อนจะเดินออกไปกำชับนู่นนี่กับแม่บ้านที่รออยู่นอกห้อง และแจ้งข่าวน่าใจหายนี่กับแม่ของผม
ผมที่ตอนนี้เหลือแต่หัวน้ำตาลเข้มยุ่งๆโผล่ออกมา ส่วนหน้าก็แปะมาสอันโตเอาไว้ ตัวก็ห่อด้วยผ้าห่มผืนหนา
..สงการณ์ที่ผมรัก ยังไงก็รักต่อไป ถึงมันจะทำให้ผมปอดบวมก็เถอะ
ดีซะอีก ถือซะว่าได้โอกาสอยู่เมืองไทยเพิ่มแล้วกัน ..อย่างน้อยก็คงเป็นเดือนนั่นแหละงานนี้
"ปวดบวม ..อีกแล้วเหรอวะ"เสียงพร่าเพราะไอไปอีกรอบ ดังขึ้นจากกองผ้าห่ม
แต่การเป็นปอดบวมครั้งนี้ .เป็นครั้งที่ผมชอบที่สุด
...
"คุณ ช่วงนี้เราป่วยมาสัปดาห์สองสัปดาห์ไปไหนไม่ได้ แม่เลยพาคนที่มาติวภาษาเกาหลีให้เราก่อนไป พอไปแล้วจะได้พูดจากับเขารู้เรื่องไปเลย ถือว่าเรียนเสริมช่วงป่วยแล้วกัน จะได้ไหมเหงาด้วยไง"นั่นคือประโยคที่แม่บอกทิ้งเอาไว้ก่อนจะออกไป
เหตุผลที่ทำให้ตอนนี้ที่มุมห้องผมกำลังมีคนน่ารัก ตัวขาวๆ แขนขาเล็กราวกับไม่ได้ออกกำลังกายหนักๆมานาน แต่ก็ดูออกว่าเขาเองก็สุขภาพดีไม่น้อย ร่างเล็กๆที่อยู่ในกางเกงยีนส์ซีดๆ และเสื้อแขนยาวลายขวางสีน้ำเงินขาวยิ่งทำให้เขาดูบอบบางกว่าเดิม ดวงตาคู่เรียว ที่มีลูกแก้วสีใสวาววับกลิ้งไปมาอยู่ภายใน ยังไม่นับแก้มเนียนที่ผมคาดจากสายตาแล้ว ผมว่าคงหอม ..น่าพิสูจน์
แก้มน่าพิสูจน์ ..ของ จาง อูยอง
"ผมจะเริ่มสอนพวกคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ"ผมเลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง ..สำเนียงภาษาไทยเขาดีมากเลยทีเดียว มีแปร่งๆที่ท้ายประโยคบ้างเท่านั้น
"คุณอยู่ที่ไทยนานแล้วเหรอ"เสียงที่แหบพร่าของผมกำลังลากออกนอกประเด็น เขาคงไม่ชอบใจแน่ๆ ผมแอบเห็นคิ้วเขาหม่นเข้าหากัน ก่อนจะคลายออก มือขาวเล็กๆนั้นหันไปลากกระดานบอร์ดตรงหน้าเข้ามาใกล้เตียงที่ผมนอนอยู่กว่า เก่า
"สองสามปี ..พี่สาวผมเป็นครูสอนภาษาที่มาแต่งงานกับคนไทยที่นี่"เขาตอบด้วยเสียงที่ดัง ขึ้นเล็กน้อย นิดเดียวแต่ผมก็พอสังเกตได้ ก่อนจะหันหลังไปหยิบปากกาเคมีออกจากห่อพลาสติก
"เพราะว่าคุณป่วยอยู่ ผมไม่ว่าที่คุณจะนอนเรียน แต่กรุณาตั้งใจด้วย"
ผมอดขำกับหน้าตาจริงจังนั้นไม่ได้ โชคดีที่ผมยังใส่มาสไว้อยู่เขาเลยไม่รู้ว่าผมกำลังยิ้ม แต่ดูจากตาคู่เล็กที่จิกใส่ผมแบบนั้น ดวงตาผมมันคงจะแสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป เขาสะบัดหน้ากลับไปก่อนจะพึมพำอะไรสักอ่างเป็นภาษาบ้านเกิด เมื่อผมพยักหน้ารับ
"ผมว่าเรามาเรียนกันดีกว่า ผมไม่อยากให้เสียเงินที่แม่คุณให้มา"ภาษาไทยแปร่งๆเอ่ยจริงจัง ก่อนจะเริ่มวาดตัวอักษรแปลกๆลงบนกระดาษ
ผมกระชับมาสบนหน้าให้แน่นกว่าเดิม ..ก่อนจะยันตัวขึ้น แล้วขยับไปนั่งที่ปลายเตียง เสื้อผ้าชุดนอนอย่างกางเกงขายาว กับเสือแขนยาวอุ่นๆทำให้ผมอาการดีขึ้นมาก
อันที่จริงผมก็ใกล้จะหายแล้วล่ะ ผมคงเป็นบ่อยจนปอดมีความต้านทานมากขึ้น ผมขยับไปนั่งอยู่ปลายเตียง หลังเขาอยู่ห่างจากตัวผมไปไม่มาก
มามองใกล้ๆแบบนี้แล้ว ..เขายิ่งตัวเล็ก
หลังน้อยๆนั้น ผมว่ามือผมสองข้างแบติดกันคงรวบมาได้หมด
"คุณอายุเท่าไหร่"
ผมได้ยินเสียงดังกึก!! ของปากกาเคมีกำลังลากบนกระดาน
ผมว่าหลังเขาสั่นนิดๆเพราะหายใจเข้าลึกๆสงบอารมณ์
"17"
"งั้นคุณก็ควรผมว่าพี่เพราะผม อายุ18"ผมทวงสิทธิ์ของคนเกิดก่อน เขาหันกลับมาทันทีตาคู่เล็กกำลังฉายแววหมั้นไส้ออกมาชัดเจน
"ที่เกาหลีตอนนี้ผมก็อายุ 18"แก้มยาวขยับทันที่ที่ปากบางสีเชอร์รี่นั่นเอ่ยเถียง
"งั้นผมก็ 19"ปากเล็กที่ขมุบขมิบเมื่อกี๊หยุดนิ่ง แต่กับเป็นทั้งดวงหน้าที่กำลังค้อนผม
..น่ารัก
"คุณกำลังเบี่ยงเบนการสอนอยู่ ..ป่วยแล้วก็กรุณาหุบปากนะครับ"สำเนียงเคยแปร่งกลับชัดเจนเมื่อเอ่ยประชดจิก กัด ก่อนหน้าขาวๆจะสะบัดหันกลับไปลากเส้นที่ค้างไว้ต่อ
..น่าแกล้ง
"ผมว่าคุณน่ารักนะ ..คุณน่าจะยิ้มให้ผมบ่อยๆ"
"บาโบ!!" แล้วนั่นคือภาษาเกาหลีคำแรกที่ผมได้เรียนรู้
และอีกอย่างก็คือ .ความจริงแล้วปากกาเคมีเวลาโดนหน้าก็ไม่เจ็บอย่างที่คิด
...
พฤษภา 2010
"นา แปลว่าฉัน"
"พี่คุณ"
"นา แปลว่า ฉัน!!"
"พี่คุณ"
" นา แปลว่า ฉัน!!!!"
"พี่คุณ"
"คุณจะกวนผมอีกนานไหม นิชคุณ"
"พี่คุณ"
หลังจากที่ผมลองสอนภาษาไทยเขาคำง่ายๆคำนึงว่า 'พี่คุณ' ผมก็ได้เรียนรู้คำด่าภาษเกาหลีอีกหลายคำ แต่เสียดายที่มันออกมาเร็วไปหน่อยจนผมจับใจความไม่ทัน
แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความน่ารักของคนตรงหน้าผมลงสักนิด แก้มป่องๆที่ขยับขึ้นลงรวดเร็วสอดคล้องกับจังหวะรัวของคำที่กระแทรกเข้าโสต ผม
ผมหัวเราะคนเดียว ก่อนจะเอนหลังลงบนเก้าอี้เรียนที่บนโต๊ะตรงหน้ามีหนังสือสอนภาษาเกาหลี ที่คาดคะเนจากรูปเล่มและรูปภาพแล้ว ระดับคงประมาณ ก.ไก่ ข.ไข่บ้านเรา
ผมขยับมาสเบาๆ เมื่อเห็นตาดุจิกใส่ผมอีกรอบก่อนเขาจะรวบรวมสติที่แตกพล่านไปเมื่อครู่เพราะ เหวี่ยงผมกลับคืนมาด้วยลมหายใจลึกๆ และแก้มกลมที่แดงแปร๊ด เขาถอนหายใจทิ้งอย่างแรงพอๆกับที่คว้าหนังสือเเบบเดียวกับตรงหน้าผมขึ้นมา
..จนวันนี้ ผมก็ยังคงเป็นคนป่วยในสายตาของแม่และทุกคนในบ้านอยู่เสมอ ด้วยอาการไอคอกแค่กทุกครั้งที่มีใครอื่นเปิดประตูเข้ามา ผมยังคงใส่มาสมาตั้งแต่วันนั้นแม้จะผ่านมาเป็นเดือนแล้วก็ตาม หรือจะบอกว่าผมไม่เคยถอดมาสออกเลยก็ว่าได้ นอกจากกตอนนอนหรือทานข้าวคนเดียว
เพราะเวลาที่ผมยิ้มอูยองก็ไม่รู้ตัว ถึงจะดูออกทางสายตาแต่หลักฐานก็แน่นพอที่จะมาเหวี่ยงผมกว่าเดิมไม่ได้ นิชคุณที่อูยองรู้จักจึงเป็นเพียง ใอ้ตาโต หัวน้ำตาล มาสขาว พูดจากวนตีนเพียงเท่านั้น (และผมว่าอูยองเป็นคนเดียวที่ๆทั้งๆที่เห็นผมใส่มาส แต่รู้ว่าผมหายป่วยแล้ว อาจเพราะช่วงกลางวันของทุกๆวันตลอดสองสัปดาห์ ผมอยู่กับเขาตลอดก็ได้)
"นี่แก้มป่อง คำว่าฉันภาษาเกาหลีว่าอะไรนะ"
"ผมชื่ออูยอง!!"เขาหันมาตวาดผมเสียงดัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาน่ากลัวสักนิด ..ผมว่าเวลาเขาโกรธน่ะน่ารักไปอีกแบบซะมากกว่า
แล้วมาเถียงได้ไงว่าไม่ได้ชื่อแก้มป่อง หลักฐานมันฟ้องออก
"ผมถามจริงๆ นิชคุณ คุณยังไม่รู้แม้กระทั่งคำแทนตัวเลยหรือไง ผมสอนคุณมาเป็นสิบๆรอบแล้วนะ ดูจากผลการเรียนจากอเมริกาที่ผ่านมาผมว่าคุณเป็นฉลาดออกนะครับ
"แล้วถ้าเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่เราจะเรียนกันจบครอสสักทีล่ะครับ"
ผมยิ้มยิงฟันผ่านมาสอย่างที่เขาจะไม่รู้ตัวออกมา กับคำถากที่ได้ฟัง ผมว่าสิ่งแรกที่พี่สาวอูยองสอนภาษาไทยเจ้าตัวมาคงจะเป็นคำถากถางประชดนี่ล่ะ
พูดทีไรชัดแจ๋วทุกที
"สงสัยเชื้อปอดบวมมันจะกินความฉลาดไปน่ะ ลูกศิษย์คนนี้กำลังป่วยนะครับคุณครู~~~~~"
ผมลากเสียงกวนเขา คุณครูแก้มป่องวางปากกาเคมีลงดังก้องบนโต๊ะตรงหน้า ผมเห็นมือบางนั้นสั่นนิดๆเพราะความโกรธ
"โกหก"
เสียงน่าฟังพึมพำขึ้นท่ามกลางฟันที่กัดกรอด
ผมไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าผมโกหกเรื่องที่ความฉลาด หรืออาการป่วยไข้กันแน่
แต่มันก็เป็นอย่างที่คนน่ารักว่าทั้งคู่
ผมเองก็หายป่วยแล้ว ส่วนเรื่องภาษา ...อาจไม่แตกฉานเท่าที่เขามีในภาษาไทย แต่ผมว่ามันก็มากพอให้ผมเอาตัวรอดในกรุงโซลได้สบายๆ
ผมเองก็นักเรียนตัวอย่างนะครับ นอกจากก่อกวนอาจารย์ผู้สอนแล้วก็ตั้งใจแน่วแน่จะตายไป
"อูยอง บอกแล้วไงว่าเวลานายยิ้มน่ารักกว่าทำหน้าแบบนี้ตั้งเยอะ"ถึงจะทำหน้าโหดก็ ยังน่ารักมากก็เถอะ เขายังคงก้มหน้าตาจิกและตัวสั่นๆอยู่เหมือนเคย
...ผมชักใจไม่ดีแล้วแฮะ
"นิชคุณ.."เขาสูดลมหายใจก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ผมไม่ชอบทำอะไรที่มันรู้สึกว่า ทำแล้วเสียความรู้สึกและเวลา ถ้าผมทำแล้วมันไม่ได้ดี ทำแล้วผลตอบกลับที่ได้มามันไม่พอใจผม หรือเป็นศูนย์"ท้ายประโยคเน้นใส่หน้าผม ก่อนคนพูดจะผละออกจากจากโต๊ะ
เดินตรงไปที่ประตู เขาหันมายิ้มให้ผมรอยยิ้มแบบที่ไม่ใช่อย่างที่เขาขอให้ยิ้ม ..ใช่ว่ามันไม่น่ารัก
สิ่งที่อูยองทำน่ารักเสมอ ...แต่มันดูเศร้าเพราะหยาดน้ำใสที่รั้งอยู่ตรงขอบตากลม
"ผมก็ไม่อยากทำ"
"ผมจะไปบอกคุณแม่คุณว่า ผมเก่งไม่พอที่จะสอนลูกชายของท่านได้ ผมจะเลิกสอนคุณ"พูดจบคุณครูคนดีของผมก็หันหลังไปที่ประตู มือเล็กๆกำที่ลูกบิดก่อนจะหมุนข้อมือเพียงเล็กน้อย เพื่อปลดล็อคออกสู่ภายนอก
"นา...."สำเนียงเกาหลีแปร่งทำให้เขาหยุด
"ใจร้ายจังเลยนะครับคุณครู แก้มป่องแล้วยังจะใจร้ายอีก"ภาษาเกาหลีสำเนียงแปล่งกว่าภาษาไทยของเขายังคง ดังขึ้น แม้มันจะฟังดูแปลกๆสำหรับเจ้าของภาษา แต่รูปประโยคและคำนั้นถูกต้องทั้งหมด อาจพลาดบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยตามประสาคนไม่ได้ใช้
"จะมาทิ้งผมไปกลางคันแบบนี้เหรอ สอนยังไม่จบครอสเลยนะ"เขาหันมามองผมที่ยังคงส่งเกาหลีแปลกใส่เขาไม่หยุด ตาคู่เล็กเบิกกว้าง จ้องผมไม่กระพริบ..หน้าเหวอก็ยังน่ารัก
"คุณ .พูดได้.."
"อูยองอ่าาา ทำไมใจร้ายกับพี่คุณจัง"ภาษาเกาหลีอีกประโยคที่ผมพูดขึ้นรดใบหูเขาเมื่อผม เดินมาถึงหน้าประตูที่มีเขายื่นนิ่งมองผมอยู่
"คุณพูดได้แล้วนี่ แล้ว แล้ว.."ดูเหมือนเขาจะตกใจมากที่เห็นผมพูดภาษาเกาหลีได้ ..ผมอยากรู้จังเขาคิดว่าคนที่ไม่สามารถพูดภาษาชาตินั้นได้เลยจะย้ายไปเรียน ที่นั่นจริงๆหรือ
"อูยองอ่า จะทิ้งกันไปจริงๆเหรอ"ถือโอกาสที่เจ้าตัวนิ่งงัน เอาคางและแขนครอบครองไหล่และหัวไหล่มน
"ฉันทั้งป่วย แล้วก็โง่ภาษเกาหลีขนาดนี้ทิ้งกันลงเหรอ"ผมเอาปลายจมูกที่ปิดมาสไว้เคลีย เฉียดแก้มเนียน โอ๊ย ขวางกั้นสุดๆ..รู้สึกเบื่อเจ้ามาสแผ่นนี้แล้วสิ
"คุณพูดได้แล้ว หายป่วยแล้วด้วย"รั้งกายออก ตวาดอย่างโมโห เมื่อรู้สึกตัว มือขาวกระชากมาสจอมปลอมที่นิชคุณใช้ทำเป็นป่วยนักหนาออกอย่างรวดเร็วเพราะ อารมณ์เดือด
นิชคุณแตะหูแดงที่พึ่งโดกระชากสายรั้งออกไปอย่างแรง ใบหน้าขาว ดวงตาโต ที่เผยจมูกโด่งสันและเรียวปากกระจับรับรูปหน้าดูดี มองคนตรงหน้าด้วยสายตายียวนแม้จะโดนจับได้
"....."
"..................."
".............................................."
แต่ราวกับว่าสติของชาวเกาหลี นามจาง อูยองจะหล่นหายไปสักตรงใดตรงหนึ่ง หน้าขาวเล็กตากลมโต จ้องมองใบหน้าตรงหน้า ..นิ่งงัน ปากเล็กเผลออ้าราวตกใจอะไรบางอย่าง เงียบและจ้องคนตรงหน้านิ่งจนคนโดนจ้องยกยิ้มอย่างนึกสนุก
เดินเข้ามาใกล้ ..อูยองนิ่ง
จับมือ ..อูยองก็ยังนิ่ง
ลูบแก้ม ..ก็ยังไม่ไหวติง
รอยยิ้มชอบใจเต็มใบหน้าหล่อ งั้นก่อนจะทันรู้ตัว....
มือหนารวบเข้าราวเอว ที่เขาสงสัยมาตลอดว่ามันจะบางจริงอย่างสายตาหรือเปล่า ..อย่างที่เขาคาดมาตลอด ผู้หญิงบางคนยังอายกับสัมผัสใต้มือเขา ...การรุกร้ำนี้ดูเหมือนทำให้สติคนน่ารักกลับมา เท่าทันความคิดแขนแกร่งรวบเอวบางไว้ให้มั่นก่อนจะยกขึ้นในอ้อมกอด ร่างเล็กร้องเหวออย่างตกใจก่อนจะกอดต้นคอแกร่งไว้อย่างกลัวว่าจะตก
คนโดนเกาะยกยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะหลิ่วหน้าหลิ่วตา แล้วแสร้งส่งเสียงไอออกมา
"แค่ก แค่ก เห็นไหมว่าพี่ป่วยอยู่นะ ครูแก้มป่อง ทิ้งลูกศิษย์พี่คุณลงจริงๆเหรอ "
.
.
.
tbc [แบบเกรียนๆ]
...
รักภาษาอะไร
..ภาษาไทย
ม่ายช่ายยยยยย
ภาษาเกาหลี
ม่ายช่ายยยยยย
แล้วภาษาอะไร
..ภาษาคุณวู
|
❤
วู้วววววว (กูก็กล้าเล่น --*) |