[SF-KhunDong] foolery

posted on 03 Jun 2010 20:19 by far-far-alway-loveme in SF-KhunDong

Tile:  foolery

Couple: KhunWoo
Writer: KissMe [LoveMe]

Talk : อ่านไปอย่าคิดมากนะคะ อย่าคิดมาก
แหล่งแพร่ภาพอื่นๆ : Morning-After

 

 

 

foolery

คุณเคยรู้จักคนโง่ไหม
..โง่แบบสุดๆไปเลยน่ะ

พวกคนโง่ โง่แบบที่พระเจ้าไม่น่าให้อภัยที่ทรงเมตตามอบสมองอันซับซ้อนมาให้
..แต่กลับทำตัวโง่ๆแบบนี้


..พวกโง่ที่ยอมเจ็บช้ำซ้ำๆทั้งที่รู้ดี
..พวกโง่ที่ไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้
..พวกโง่ที่ถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่รู้จักจดจำ
..พวกโง่ที่ยอมให้หลอกไม่ว่ายังไงก็ตาม
...พวกโง่ที่โง่ซ้ำโง่ซ้อนโง่ซ่อนเงื่อนแบบสุดๆไปเลยน่ะ


...คุณเคยรู้จักคนโง่ไหม

 

"พี่คุณครับ ....ผมเหงาจังเลย"

............................................................

ค่ำคืนที่แสนหนาวเหน็บของคืนที่อุณภูมิทั่วกรุงโซล หนาวเย็นถึงสามองศา หนาวแบบที่ว่าพวกประเทศใกล้เส้นศูนต์สูตรไม่มีทางเข้าใจ
แต่กลับมีความร้อนที่แสนแตกต่างตัดกับบรรยากาศรอบนอกของห้องพักหรูหราที่มี กำแพงอิฐหนาทึบแบ่งกั้นพื้นที่ส่วนตัว และอากาศหนาวเย็นจากภายนอก

สัมผัสร้อนรุ่มทวีความระอุขึ้นทุกองศาการขยับ เตียงนอนหนานุ่มชั้นดีบัดนี้กลับยับยู่ยี่และมีสภาพราวกลับมีพายุนากีสหรือ พายุไซโคลนอะไรซักอย่างขึ้นในห้อง
ถ้าเป็นพายุ คงเป็นพายุที่พัดมาจากประเทศที่ห่างไกลออกไป หากแต่ความแรงของพายุไม่เคยลดถอยลงเลย พายุที่ชื่อว่า..นิชคุณ


"..พี่คุณครับ ..ผม .. ไม่ไหว .แล้ว"ดวงตาที่ฉ่ำร้อนมีหยาดน้ำใสไหลรินลงมาบางเบา แก้มนวลขาวที่บัดนี้แดงขึ้นตามอารมณ์ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเอ่ยเสียงสั่น ความร้อนทวีขึ้นอีกหลายเท่าตัวตามแรงขยับที่มากขึ้น มากขึ้น เร็วขึ้น ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น


...พายุ สงบลงในที่สุด..

มือเรียวขาวที่โอบกอดคนข้างตัวถูกดึงออกเบาๆ ร่างบางขยับตัวอย่างเงียบเชียบขึ้นจากที่นอนอุ่นแสนสบาย ร่างกายเปือยเปล่ามีรอยแดงสีสวยเปอะเปื้อนตามตัว
..รอยแดงอันเป็นผลพลอยได้ของ ..พายุ


ร่างบางขาวก้มลงหยิบชุดของตัวเองจากบนพื้นพรมสีน้ำตาลอ่อน ทั้งเสื้อเชิ๊ต เสื้อกั๊ก เสื้อคลุม เข็มขัด ถุงเท้า และส่วนประกอบชุดอีกมากมายที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณพื้นของห้องนอน
เมื่อมือบางขาวเก็บส่วนประกอบของตัวเองมาจนครบเต็มสองแขน จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการกับธุระส่วนตัวและสวมใส่ชุดเหล่านั้นกลับ เข้าไปอีกครั้ง
.


.


.
..................
ตาคมสวยประสานกับดวงตาอูมแดงทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ตามมาด้วยรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอของคนที่ดันประตูห้องน้ำปิดลง ส่งตรงมาให้ร่างขาวโปร่งที่นั่งอยู่บนเตียงนอน

"พี่คุณตื่นแล้วเหรอครับ"เสียงถามแผ่วเบาของคนที่ตื่นก่อนและแต่งตัวเรียบ ร้อยแล้ว เอ่ยถามพลางนั่งลงข้างๆ คนที่ตื่นที่หลังและยังไม่มีอาภรณ์ใดบนตัวนอกจากกางเกงผ้ามันเนื้อดีเท่า นั้น

"ครับ อูยอง"รอยยิ้มพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาของมือหนาที่ลูบไล้ลงบนเรือนผมนิ่มของคน ข้างๆ ทำให้ร่างบางเอนซบไหล่กว้าง รอยยิ้มอย่างรู้สึกดีฉายปรากฏบนเรือนหน้าขาว มือเรียวบางวางทาบลงบนอกขาวที่มีรอยแต้มแดงเช่นกันเบาๆ ก่อนจะลากไล้ลงไปทาบอยู่เหนืออกข้างซ้ายของร่างสูงโปร่ง

"อุ่นจัง"เสียงพึมพำเบาๆที่ดังขึ้นพร้อมเรือนหน้าหวานซบแนบแก้มอูมขาวลงชิด ไหล่กว้างมากขึ้น สองมือคล้องกอดเอวของคนข้างๆให้กระชับมาใกล้ ร่างสูงโปร่งที่โดนกอดซบไม่ได้ขยับตัวอะไรเปลี่ยนไปเพราะสายตาคมหวานกำลัง จ้องมองนาฬิกาดิจิตอลเรือนเล็กที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง


'2 :00 AM '


ดวงตาอูมที่ขึ้นสีแดงได้ง่ายๆ ถอยหน้าออกจากไหล่กว้าง สบดวงตาสีนิลที่จ้องตรงไปทางหัวเตียง แล้วหันไปมองที่ตัวเลขดิจิตอลสีเขียวที่ปรากฏอยู่บ้าง

"ตีสองแล้วเหรอเนี่ย"เสียงใสบ่นพึมพำ ดวงตาถอนกลับมาสบตาคู่คมที่จ้องมองลงมาด้วยแววตาที่ดูเย็นเฉย แต่หากเป็นความเย็นเฉยที่อัดแน่นด้วยความรู้สึก ความรู้สึกที่ร่างบางไม่เคยเข้าใจ

"พี่คุณ ..จะกลับหรือยังครับ"เสียงใสเอ่ยถาม ดวงตากลมจ้องมองตาอีกคนนิ่งเฉย แต่ประโยคคำถามที่ส่งออกมานั้นราวประโยคบอกเล่า ..เพราะมันไม่มีคำตอบ

ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากเรียวปากอมชมพู นิชคุณเพียงแค่จับมือทั้งสองของอูยองออกจากราวเอวของตัวเอง ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นหยิบเสื้อของตัวเองที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมลวกๆ ก่อนจะเดินออกจากประตูห้องนอนไป

เดินตรงไปที่ประตูทางออกของห้องพักห้องนี้ โดยไม่คิดจะหันกลับมามองด้านหลัง หรือมองคนที่ทอดสายตาตามแผ่นหลังเขาออกมา


..............
คุณเคยรู้จักคนโง่ไหม


มือขาวกำรอบวัตุสื่อสารสีดำในมือแน่น ดวงตาจ้องมองเงาสะท้อนใบหน้าของตัวเองจากจอพลาสม่าที่จอดำนิ่งสนิทตรงหน้า

....ผมรู้จักอยู่คนนึง
ผมกำลังมองเขาอยู่...



Rrrrrr ....Rrrrrrr

เสียงของวัตุดำในมือดังขึ้นพร้อมแรงสั่นเบาๆจากตัวเครื่อง ผมผละสายตาจากจอดำตรงหน้ามามองมัน ผมถอนหายใจอย่างไม่มีสาเหตุกับเบอร์บนหน้าจอ ก่อนที่จะตัดสินใจกดรับมัน

"ฮัลโหล ..ครับ"ผมเอ่ยสั้นๆ ฟังเสียงจากอีกปลายสาย ผมอดยิ้มทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนั้นไม่ได้ แต่แปลกดีที่มันเป็นรอยยิ้มที่มาพร้อมกับหยดน้ำใสๆจากสองตาของผม ..ก็แปลกดี

"..ไม่เป็นครับ ..ครับ อูยอง"ผมกดตัดสายโทรศัพท์ ก่อนจะปล่อยมันทิ้งลงบนพื้นพรมด้านล่าง แปลกดีที่พอได้ฟังเสียงใสๆของอูยองพูดประโยคแสนธรรมดานั้น มันจะทำให้ผม
..ทุเรศตัวเองได้ขนาดนี้


"ขอบคุณนะ ครับพี่คุณ ที่มาอยู่เป็นเพื่อนผม"

เสียงใสที่พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด ที่ใครได้ยินก็คงนึกถึงแก้มอูมๆนั้นที่ยกยิ้มหวานอยู่ รอยยิ้มหวานที่ทำให้ผมกลายเป็นคนแบบนี้

..คนโง่..


มันเป็นเรื่องที่ตลกดีทั้งๆที่ห้องพักของผมกับเขาก็อยู่ห่างกันมาก ทั้งๆที่คืนนี้มันแสนจะเหน็บหนาว มีหิมะขาวตกลงจากท้องฟ้าสีดำตัดกันขัดขวางการสัญจรไปมา
ทั้งๆคืนนี้และคืนไหนๆ ทั้งๆที่มันไม่มีเหตุผลอะไร ทั้งๆอย่างนั้น


กับแค่ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว เสียงเศร้าๆไม่กี่พยางค์
มันก็เปลี่ยนผมเป็นคนโง่


"พี่คุณครับ ....ผมเหงาจังเลย" แค่นี้ผมก็ถ่อไปหาเขาทันที


..ผมมันโง่มากใช่ไหม..


.
.
.
..............................


..ผมกำลังทำอะไรอยู่...

...ผมมันโง่ใช่ไหม..


ตาอูมแดงมองเหม่อลอยตรงไปที่เพดานขาวด้านบน จ้องนิ่งเนิ่นนานราวกับเพดานว่างเปล่านั้นมีผลงานศิลปะเลอค่าประดับตกแต่ง ไว้
แต่มันเป็นเพียงผนังว่างเปล่า ..ว่างเปล่าพอๆกับสายตาที่ทอดมองอยู่
ริมฝีปากแดงอิ่มเม้มเเน่นขณะที่สมองก็คิดวนเวียนไปมา มือบางทั้งสองข้างวางแนบนิ่งชิดลำตัว สมองพยายามกลั่นกรองหาคำตอบแต่ก็ดูจะหาคำตอบให้ตัวเองได้ยาก


..ถ้าผมบอกว่าผมต้องการเขาล่ะ..

...ไม่เอาหรอก ถ้าแบบนั้นเขาก็รู้น่ะสิว่าผมขาดเขาไม่ได้..


การใกล้ชิดเขาง่ายๆอย่างไร้เงื่อนไข ..มันก็คงรู้สึกดีและเหนื่อยน้อยกว่านี้
แต่มันไม่คุ้มกันเลยถ้าวันนึงผมต้องสูญเสียเขาไป
...ไม่คุ้มซักนิด


ลำตัวบางลุกขึ้นนั่งบนเตียง เอี้ยวตัวไปหยิบวัตุถุเหลืองสดบนหัวเตียงข้างๆนาฬิกาดิจิตอล ที่ตัวเลขบอกเวลา '4:20 AM' ผ่านไปสองชั่วโมงแล้วที่เขาออกจากห้องนี้ไป


"ขอบคุณนะครับพี่คุณ ที่มาอยู่เป็นเพื่อนผม" ประโยคสั้นๆง่ายๆที่ผมเลือกพูดออกไปแทนคำบอกรักหรืออะไรที่จะสร้างความยุ่ง ยากให้เกิดขึ้นในอนาคต
เสียงที่ฟังดูสบายดีเอ่ยบอกว่าไม่เป็นไรจากปลายสายทำให้ผมยิ้มออกมาได้ ก่อนจะตัดวางสาย ผมทิ้งโทรศัพท์ลงข้างๆพร้อมทิ้งตัวเองลงแนบบนเตียงนุ่มหนา ดวงตาเหม่อมองดูศิลปะอันว่างเปล่าบนพื้นเพดานอีกครั้ง


.ยิ่งใกล้ชิด
ยิ่งยุ่งยาก
ยิ่งผูกพันธ์
ยิ่ง เจ็บปวด..

ผมทำตัวเป็นพวกคนใจง่าย ไร้ค่าซะยังดีกว่า ผูกพันธ์จนถอนตัวไม่ขึ้น

ใช่แล้ว แบบนี้มันก็ดีแล้วล่ะ

...นี่ผมโง่มากใช่ไหม...
.
.
.
.........................


เพดานห้องวันนี้ดูสวยผิดปกติเพราะผมจ้องมองมันมานานแล้ว จ้องมองมันมานาน นานจนแสงแห่งรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาจากหน้าต่าง และช่องกระจกใสรับแสงรอบห้อง

แต่ผมก็ยังคงมองจ้องเพดานอยู่แบบนั้น นิ่งๆแบบนั้น
คิดทบทวนความโง่ของตัวเองว่ามันควรให้อภัยไหม

...ถ้าผมจะเป็นมากกว่าคนแก้เหงาล่ะ ...มันจะได้ไหม

..ไม่ ได้..คงเป็นคำตอบของคำถามนี้


ผมพยายามอยู่หลายครั้ง พยายามมาจนเหนื่อยที่จะใกล้ชิดกว่านี้ ผูกพันธ์กว่านี้ หรือไม่ก็ออกห่างเขาให้ไกลที่สุด

แต่เขาก็ไม่เคยยอมให้ผมใกล้เขาไปมากกว่านี้ หรือผมเองก็ไม่เคยจะมีซักครั้ง ..ไม่มีซักครั้งที่จะไม่ไปหาเขา


ผมควรจะฉลาดกว่านี้ซักทีได้แล้วใช่ไหม
ผมควรเลิกโง่ซักที
..ผมควรเลิกรักจาง อูยองได้แล้วซักที


..ต่อไปผมจะไม่ไปหาเขาอีกแล้ว...

ไม่อีกแล้ว

ต่อให้กี่เสียงเศร้า เอ่ยเหงาอีกร้อยพัน ผมก็จะไม่ยอมไปหาเขาอีกแล้ว

นิชคุณคนนี้จะเลิกโง่ซักที
.........................

หยาดน้ำใสเย็นชื่นล่วงหล่นลงจากฟากฟ้าดำสนิท ร่วงหล่นลงมามากมายด้วยความแรงที่มากพอดู ราวกำลังแข็งขันกันลงกระทบพื้นดิน จนทุกซอกมุมของพื้นถนนกรุงโซลต่างชื้นแฉะและเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำบริสุทธิ์ จากท้องฟ้า

...ฝนตก...

บรรยากาศที่หลายคนคงยินดี หลายคนคงจะชื่นช่ำ แต่คงมีหลายคนที่หัวใจว่างเปล่าจะรู้สึกเหงา

สายตาอูมทอดมองสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา ชวนให้คิดถึงใครบางคน
นิ้วสวยกดลงบนแป้นปุ่มเล็กบนมืออย่างช้าๆ

"พี่คุณครับ ....ผมเหงาจังเลย"

..............................


สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาคงทำให้การจารจรของเมืองนี้หยุดชะงักลงได้ ...พอๆกับหิมะตกในฤดูหนาว

สายตาคมจ้องมองสายฝนที่กำลังเทกระหน่ำท่ามกลางท้องฟ้าที่ถูกพ่นทาด้วยสีดำ ร่างโปร่งสันทัดสวมเพียงกางเกงสีดำขายาวตัวนึงสบายๆราวอยู่บ้าน มือทั้งสองข้างวางแนบกระจกใสมองดูหยาดน้ำที่พราวเกาะกระจกและกระหน่ำเทอยู่ เบื้องนอก สายตาว่างเปล่าเหม่อมอง สมองก็อดจะใคร่ครวญคิดไม่ได้

...คุณว่ามนุษย์บนโลกใบนี้จะโง่ได้แค่ไหน..

 


"ตื่นแล้วเหรอครับ ..พี่คุณ"

 

ผมขอถามใหม่ดีกว่า ..คุณว่ามนุษย์บนโลกใบนี้จะยอมโง่ได้แค่ไหน

 


รอยยิ้มบางๆถูกส่งให้คนตาอูมที่สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำสีฟ้าอ่อนๆขยี้ตางัว เงียมาสวมกอดนิชคุณแน่น

 


"พี่คุณตื่นเช้าจังเลยนะครับวันนี้"เสียงพูดแผ่วเบาที่ดังเข้าหู ร่างสูงโปร่งทำได้แค่ยิ้มจางๆ

 


"พี่คุณจะกลับเลยหรือยังครับ ..เช้าแล้ว"เสียงเอ่ยเหมือนถาม หากแต่มีความหมายแฝงทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันคือการขับไล่ทางอ้อม


ผมแกะมือของเขาออกจากตัวผม เดินไปหยิบเสื้อของตัวเองที่ถูกถอดทิ้งไว้บนพื้นห้องมาสวมใส่ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่ประตูห้อง อย่างนี้ทุกครั้ง เขาเหงาผมก็มา ใกล้เช้าบ้าง เช้าบ้างผมก็กลับ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง เป็นแบบนี้ทุกทีทำไมผมเลิกโง่ไม่ได้ซักทีนะ ทั้งๆที่ก็พยายามมาตั้งเท่าไหร่แล้ว แต่นั่นล่ะ ประโยคเดิมๆ ผมก็มาหาเขาจนได้ หรือบางทีผมควรตัดใจและบอกตัดขาดความสัมพันธ์แบบนี้กับเขาลงซักทีนะ


คุณเคยรู้จักคนโง่ไหม

 

"พี่คุณครับ ..ขอบคุณนะครับ"เสียงที่ดังจากด้านหลัง ทำให้มือที่จับลูกบิดประตูชะงักลงไปนิดนึง ก่อนจะเปิดประตูออกเหมือนอย่างควรเป็น

 

...ผมว่าผมคงกลับไปเป็นคนฉลาดไม่ได้แล้วล่ะ..


.

.

.
"อูยอง"

.

" ..มีอะไรก็โทรหาพี่นะ"



คุณ เคยเป็นคนโง่ไหม

.
.
End

 

เรื่องนี้เคยลงที่บ้าน มอนิ่งแล้วค่ะ

เป็นฟิค [พยายาม]ปวดตับ 

อ่านแล้วถ้างงก็ขออภัยนะคะ

แต่งออกแนวแบบ circle อ่ะค่ะ

วนๆเวียนๆ 

..ทำร้ายเสี่ย สนุกดีงุงิ

 

 

 

edit @ 3 Jun 2010 20:50:40 by LoveMe [ChanHo addict]

edit @ 3 Jun 2010 20:54:23 by LoveMe [ChanHo addict]

Comment

Comment:

Tweet

เศร้า ยอมโง่เพราะรักTT
เจ็บค่าาาา

#8 By pang (103.7.57.18|61.90.103.58) on 2012-10-18 19:50

อ๊ากก เศร้าจิต 
ยอมโง่เพราะความรัก
ยอมโง่เพราะเค้าคนนั้นที่ไม่กลับมาหา
ยอมโง่เพราะเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินอยู่เสมอ
ยอมโง่เพราะคิดว่าวันนึงเค้าจะเห็นเราอยู่ในสายตา
ความโง่ ที่ถึงแม้จะรู้แต่ก็ยอมที่จะไม่ฉลาด

#7 By Ladynight (103.7.57.18|124.122.188.250) on 2012-07-17 00:22

ไม่ได้โง่นะ แต่แค่ไม่กล้า
เหมือนเส้นผมบังภูเขาเลยค่ะ

#6 By Aommino on 2011-11-26 19:49

มันจะไม่ปวดตับเลยถ้าทั้งสองคนคุยกันเยอะกว่านี้
T______T อยากให้ทั้งคู่รู้ความในใจของกันและกันว่าจริงๆแล้วมันมากกว่าความต้องการทางกาย
รักกันชัดๆอ่ะ ฮือออออ..

ขอบคุณนะคะ

#5 By m&m (124.121.184.79) on 2011-04-09 02:05

ต่างคนต่างรัก แต่ไม่อยากผูกพัน
เฮ้อออออออ สนุกค่ะ

#4 By keep smiling (110.49.204.13) on 2010-07-01 02:03

ถ้ารัก ก็ยอมโง่สินะ เศร้าอ่ะ

#3 By itim (112.142.198.238) on 2010-06-14 22:50

ร้าวราน
อ่านไปร้าวรานไป

อะไรกันนิอิสองคนนี้

จะเอายังงัยของแก๊

T^T

#2 By nnnn (203.131.211.157) on 2010-06-09 23:23

น่าสงสารคนโง่สองคนที่ไม่รู้เลยว่าต่างคนต่างรักกัน
เห้อ!! ปวดตับจริงๆค่ะ อ่านแล้วสงสารทั้งคู่
แบบนี้ทำเอาตับคนอ่านทำงานมากกว่าปกติ
สนุกค่ะ แนวดร่าม่าแบบนี้ชอบบบบ
(จิตไปมั๊ย??) อ่านแล้วได้อารมณ์^^

ชอบแนวนี้อ่ะค่ะ ยิ่งปวดตับยิ่งชอบ

#1 By woo!! on 2010-06-09 01:38

Recommend